เอฟร่า: กุนซือผีแดงคนใหม่ กับงานที่เกือบจะเป็น ‘มิสชั่น อิมพอสสิเบิ้ล’

เอฟร่า: กุนซือผีแดงคนใหม่ กับงานที่เกือบจะเป็น ‘มิสชั่น อิมพอสสิเบิ้ล’

ปาทริซ เอฟร่า อดีตแบ็คซ้ายแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขียนคอลัมน์ให้กับ

Daily Mail

เกี่ยวกับ ราล์ฟ รังนิก ว่าที่กุนซือขัดตาทัพคนใหม่ของ “ปีศาจแดง”

“พักหลังผมออกเดินทางไปทั่วโลก และหนึ่งในคำถามที่มีคนถามผมคือมันมีอะไรผิดพลาดไปที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมไม่ได้ทำงานให้กับสโมสรแต่ผมรักพวกเขา

“มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก มันเป็นเรื่องน่าเศร้าเสมอเวลาที่ผู้จัดการทีมโดนปลดออกจากตำแหน่ง โอเล่ เป็นเพื่อนของผม ผมคุยกับเขาและบอกเขาว่า ‘ขอบคุณนะ’ เพราะผู้คนหลงลืมกันอย่างรวดเร็วว่าเขาคือคนที่ทำให้พวกเราเชื่อมั่นในแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กันอีกครั้ง

“ตอนนี้ไม่มีใครสามารถหลบซ่อนตัวได้อีกแล้ว นี่ผมกำลังพูดเกี่ยวกับนักเตะ เพราะเวลาที่ผู้จัดการทีมโดนไล่ออก นักเตะควรเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบ ดังนั้นต้องรอดูกันว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราคุยกันเรื่องผู้จัดการทีมคนใหม่กันแล้ว แต่ผมมุ่งสมาธิในตอนนี้ไปที่นักเตะ เพราะพวกเขาต้องแสดงผลงานออกมา

“นักเตะมีพฤติกรรมแย่ ๆ ในการไม่ชอบแสดงความรับผิดชอบ ในยุคของผม ผมมักจะไปที่ออฟฟิศของผู้จัดการทีมเสมอหากว่าผมมองเห็นปัญหาภายในทีม ไม่ว่าผมจะเป็นกัปตันหรือไม่ก็ตาม ผมชอบที่จะดูแลรับผิดชอบสุขภาพภายในห้องแต่งตัว นั่นคือเหตุผลที่ เฟอร์กูสัน รักผม

“ผมไม่ใช่นักเตะประเภทที่จะโทษผู้จัดการทีมสำหรับทุก ๆ ผลการแข่งขันที่ย่ำแย่ แต่มันอาจจะเป็นช่วงเวลาลำบากเมื่อนักเตะไม่มีความสุข มันมีพลังงานเชิงลบ และหากคุณสูญเสียอิทธิพลในห้องแต่งตัวไป คุณแทบจะเป็นศพเดินได้

“ว่ากันตามตรงนะ ยูไนเต็ดขาดผู้นำและนักเตะที่มีแคแร็คเตอร์โดดเด่น เราคุยกันเรื่องนี้เยอะเลยและอดีตนักเตะหลายคนก็เห็นด้วย มันไม่ใช่การตะโกนสั่งการในสนาม มันคือการเป็นผู้นำโดยแสดงเป็นแบบอย่าง

“มันไม่ใช่แค่ปัญหากับยูไนเต็ด มันเกี่ยวกับแทบจะทุกทีมในพรีเมียร์ ลีกตอนนี้ สมัยก่อนคุณสามารถเอ่ยชื่อนักเตะ 6-7 คนที่มีบุคลิกโดดเด่นในทุก ๆ ทีม คุณอาจจะเจอกับทีมอย่างแบล็คเบิร์น และต้องบู๊กับพวกชายโฉด คุณรู้ว่าคุณจะต้องเจอกับวันที่ลำบาก สมัยนี้มันเป็นเรื่องของดาวรุ่งมากพรสวรรค์แล้ว

“นักเตะสมัยก่อนบางคนไม่มีพรสวรรค์ แต่พวกเขามีบุคลิก ปัจจุบันมันไม่ใช่กรณีนั้นแล้ว ผมอยู่กับทีมมา 9 ปี ซึ่งต้องรอถึง 7 ปีก่อนที่ผมจะเจอกับความพ่ายแพ้ 2 นัดติดต่อกันคอนที่ เดวิด มอยส์ คุมทีม นั่นคือความสม่ำเสมอที่จำเป็นในการลงเล่นให้กับยูไนเต็ด แม้กระทั่งผลเสมอมันก็เป็นหายนะแล้ว

“ตอนพวกเราคว้าแชมป์ลีกปี 2010 นักวิจารณ์บางคนบอกว่าทีมชุดนั้นเป็นชุดที่แย่ที่สุดของ เฟอร์กูสัน แต่เราไม่สนหรอกเพราะพวกเราคว้าแชมป์ได้ เรามีแคแร็กเตอร์และเราก็ชอบแรงกดดันพวกนั้น เราชอบเวลาที่มีคนวิจารณ์แม้กระทั่งตอนที่เราทำผลงานได้ดี ทุกอย่างพวกนี้คือสิ่งที่ขาดหายไปกับขุมกำลังในเวลานี้

“ในปี 2008 พวกเราเคยเป็นแชมป์ยุโรปและคว้าแชมป์ลีก แต่ทีมของเราไม่ใช่แค่การมีพรสวรรค์และมีบุคลิก เราไม่ใช่เพื่อนกันในสนามหรือในการซ้อม มีหลายครั้งที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ต้องหยุดการซ้อมเพราะว่าพวกเราสู้กัน แต่ในตอนท้ายของเกม คุณรู้ว่าถ้าเราตะโกนด่ากัน เราก็จะมีการขอโทษ มันเกิดขึ้นเพราะอะดรีนาลีน มันคือจิตใจของผู้ชนะและนั่นคือสิ่งที่พวกเราเคยมี

“ตอนนี้เรามีส่วนผสมระหว่างนักเตะดาวรุ่ง บวกกับแข้งที่มีแคแร็กเตอร์อย่าง คริสติอาโน่ โรนัลโด้, บรูโน่ แฟร์นานเดส และ เอดินสัน คาวานี่ แต่คุณต้องการบุคลิก

“ที่ยูไนเต็ด คุณจำเป็นต้องค้าแข้งหลายปีเพื่อได้รับความเคารพจากแฟนบอล คุณต้องเข้าใจเรื่องราวของการลงเล่นให้ตราสโมสรแล้วก็มีแพสชั่น ตอนนี้ในทีมมีแคแร็กเตอร์เยอะมากที่มาจากภายนอก พวกเขาติดภาพลักษณ์ของคนนอก ขณะที่แฟนบอลต้องการรู้สึกถึงความสัมพันธ์กับนักเตะ

“มันเกี่ยวกับวินัยการทำงาน การจะเก็บแฟนบอลยูไนเต็ดเข้ากระเป๋าของคุณ มันก็เหมือนการยอมเสียเลือดเพื่อสโมสร คุณต้องทุ่มเททุกอย่าง คุณต้องลงเล่นด้วยแพสชั่น ผมเข้าใจได้ที่แฟนบอลยูไนเต็ดบางคนไม่ชอบเวลาต้องเห็นทีมของพวกเขาพ่ายแพ้ แล้วมีนักเตะมาโพสต์วิดีโอผ่านโซเชียลมีเดียหัวเราะเฮฮาหรืออะไรแบบนั้น

“มันไม่ยุติธรรม เพราะชีวิตส่วนตัวของคุณก็คือชีวิตส่วนตัว และคุณควรจะถูกตัดสินจากผลงานในสนาม แต่ต้องเมคชัวร์ว่าไม่มีเรื่องอะไรมาทำให้คุณไขว้เขว และคุณจะได้รับความรักและการสนับสนุนจากแฟนบอล แต่อย่างที่ผมบอกละ มันเหมือนการยอมตายในสนาม

“สำหรับผู้จัดการทีมคนใหม่ มันคือเผือกร้อน และคุณจะโดนนำไปเปรียบเทียบกับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อยู่เสมอ ผู้จัดการทีมคนใดก็ตามที่เข้ามาทำงานจะโดนตัดสินอย่างรวดเร็ว พวกเขาต้องเจอกับความกดดัน และจะไม่มีเวลาในการสร้างมรดกขึ้นมา

“เมาริซิโอ้ ปอเช็ตติโน่ ชื่อหนึ่งที่ถูกเอ่ย เขาไม่เคยคว้าแชมป์กับท็อตแน่ม ถ้าเขาเข้ามารับงานและไม่ได้แชมป์หลังผ่านไปหลายเดือน จะมีคนพูดว่า: “เราเอาเขามาทำไมวะ เราอยากได้ผู้ชนะ”

“แต่กระนั้น ตอนที่พวกเขามีผู้ชนะอย่าง มูรินโญ่ และ ฟาน ฮาล แฟนบอลก็ไม่แฮปปี้เพราะพวกเขาไม่ได้เล่นฟุตบอลด้วยแนวทางของยูไนเต็ด ดังนั้นคุณต้องการทั้งสองอย่าง ทั้งการเล่นตามแนวทางของยูไนเต็ด และการเป็นผู้ชนะ หากคุณไม่มีทั้งสองอย่างเหมือนกับ เซอร์ อเล็กซ์ ช่วงเวลาของคุณคือสั้นแน่ ๆ

“มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าในชีวิตไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ แต่คุณต้องการการสนับสนุนอย่างเต็มที่ คุณต้องการความอดทน และคุณต้องการผลการแข่งขัน คุณต้องคว้าแชมป์รายการสำคัญ ๆ

“ผู้จัดการทีมคนต่อไปที่เข้ามาทำงานให้ยูไนเต็ดและพาทีมคว้าแชมป์ลีก เขาจะได้รับการสนับสนุนไปอย่างน้อย 2-3 ปี นั่นคือสิ่งที่แฟนบอลคาดหวังในตอนนี้ ผู้จัดการทีมที่เข้ามาและสามารถคว้าแชมป์ลีกได้

“เอฟเอ คัพ หรือลีก คัพ หรือแม้กระทั่งแชมเปี้ยนส์ ลีก ก็คงเป็นเรื่องที่วิเศษ แต่แฟนบอลต้องการแชมป์ลีก นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด และนั่นคือเป้าหมายที่คุณต้องตั้งเอาไว้ เมื่อคุณคว้าแชมป์ลีกคุณก็จะมีเวลามากขึ้น

“มามองกันตามความจริงนะ แชมป์ลีกฤดูกาลนี้ไกลเกินเอื้อมไปแล้ว แต่แชมเปี้ยนส์ ลีกล่ะ? อะไรก็เกิดขึ้นได้ หากคุณมีโชคในการจับสลาก คุณอาจจะไปได้จนถึงรอบท้าย ๆ

“เชลซี คือตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบ พวกเขาไม่ได้มีฤดูกาลที่ดีในลีกเมื่อปีที่แล้ว แต่พวกเขาเปลี่ยนตัวผู้จัดการทีมกลางฤดูกาลและประสบความสำเร็จ

“นั่นคือสิ่งที่เราต้องการ – ถ้วยรางวัล นั่นควรเป็นเป้าหมายของกุนซือใหม่ หากเขาคว้าแชมป์ได้บางอย่าง เขาจะได้รับเครดิตมากขึ้นในปีหน้า”

ที่มา: soccersuck

ความคิดเห็น

ความคิดเห็น

จำนวนคนดู: 15