ปลดมอยส์ตอนนี้จะใจร้ายเกินไปหรือไม่ ?

ปลดมอยส์ตอนนี้จะใจร้ายเกินไปหรือไม่ ?

ณ เวลานี้ คำถามที่แฟนๆแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังขบคิดมีอยู่เยอะทีเดียว

ที่สำคัญที่สุดคือทีมรักของพวกเขา จะจมดิ่งลงไปได้มากกว่านี้อีกมั้ย หลังจากล่าสุด แมนฯยูไนเต็ดไม่เหลืออะไรให้ลุ้นอีกแล้ว เอฟเอคัพ ตกรอบแต่ไก่โห่ ส่วนยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกถึงแม้จะผ่านเข้าไปถึงรอบควอเตอร์ไฟนัลได้สำเร็จ แต่การต้องปะทะกับเต็งหนึ่งของรายการอย่างบาเยิร์น มิวนิค ก็เรียกได้ว่าโอกาสเข้ารอบนั้นเลือนรางมากเหลือเกิน

และกับพรีเมียร์ลีกไม่ต้องพูดถึง พวกเขาอยู่อันดับกลางตาราง และว่ากันตามตรงโอกาสติดท็อปโฟร์ไม่มีเหลืออีกแล้ว

ตามทฤษฎีนั้น ใช่ พวกเขาอาจทำได้ ยังมีแต้มมากพอให้เก็บในช่วงที่เหลือของฤดูกาล แต่ในความเป็นจริงก็คือ มันจบแล้วเรียบร้อย อันดับ 1 ถึง 4 อย่างเชลซี ลิเวอร์พูล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และอาร์เซน่อล ไม่มีทีมไหนทำแต้มหล่นเรี่ยราดเป็นสิบแต้มแน่นอน

ตอนนี้ แมนฯยูไนเต็ดจึงต้องยอมรับสภาพ และพยายามเข้าใจว่าทีม ณ ปัจจุบัน ไม่แข็งแกร่งเหมือนเดิมอีกแล้ว

เป้าหมายในเบื้องต้น ก็คือต้องทำผลงานให้ดีที่สุดในช่วงที่เหลืออยู่ของฤดูกาล รวมถึงพยายามติดใน 6 อันดับแรกให้ได้ เพราะอย่างน้อยก็จะได้โควตายูฟ่า ยูโรป้าลีก

ฟอร์มที่ย่ำแย่ในขณะนี้ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำให้แฟนปิศาจแดง แบ่งความรู้สึกออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน คือ ฝั่งที่คิดว่า ผู้จัดการทีมเดวิด มอยส์ ควรรับผิดชอบกับผลการแข่งขัน กับ อีกฝ่ายที่คิดว่า เดวิด มอยส์ ควรได้รับโอกาสต่อไปอย่างน้อยอีกหนึ่งฤดูกาล

สำหรับฝ่ายแรกที่มองว่า เดวิด มอยส์ ควรโดนปลดจากตำแหน่ง พวกเขามองในแง่เรื่องของความสำเร็จเป็นหลัก กล่าวคือ แมนฯยูไนเต็ดชุดนี้คือทีมที่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองในฤดูกาลที่แล้ว

ไม่เพียงแต่เก็บรักษานักเตะตัวหลักได้ทั้งหมด แต่ยังมีการเสริมทัพผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาทั้งมารูยาน เฟลไลนี่ รวมถึง ฆวน มานูเอล มาต้า ดังนั้นผลงานก็ไม่น่าจะตกต่ำลงถึงขนาดนี้

ย้อนกลับไปในปีที่แล้ว ตอนที่แมนฯยูไนเต็ดแข่งพรีเมียร์ลีกมาได้ 30 เกม พวกเขาอยู่อันดับ 1 ของตารางคะแนน แต่ในปัจจุบันทีมปิศาจแดงอยู่ที่อันดับ 7 และมีแต้มต่างจากเดิมราว 30 คะแนน ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่แฟนๆทีมปิศาจแดงเองก็ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับทีม

นอกจากนั้น แมนฯยูไนเต็ด ยังแพ้คาโอลด์แทรฟฟอร์ดมาแล้วหลายเกม ทั้งกับเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน.เอฟเวอร์ตัน , นิวคาสเซิล, สเปอร์ส และกับคู่ปรับสำคัญอย่างลิเวอร์พูล

ไม่เพียงแค่นั้น เรื่องของฟอร์มการเล่นก็ถือว่าน่ากลุ้มใจเป็นอย่างมาก เพราะแมนฯยูไนเต็ดชุดนี้ไม่มีจินตนาการ ไม่มีการจ่ายตามช่องสวยๆ มีแต่การโยนบอลด้านข้างแบบไร้จุดหมาย

ซึ่งแฟนๆทีมปิศาจแดงจึงคิดว่า ก่อนที่จะสายเกินไป ควรรีบปลดเดวิด มอยส์ตั้งแต่ตอนนี้ แล้วแต่งตั้งคนที่มีประสบการณ์มากกว่า เข้ามาคุมทีมแทน หรือจะให้ไรอัน กิ๊กส์ มาเป็นผู้จัดการทีมเฉพาะหน้าไปก่อนก็ยังดี

อันนี้คือในมุมของคนที่ต้องการไล่มอยส์ ออกจากตำแหน่ง ขณะที่คนที่อยากให้มอยส์อยู่กับทีมต่อไปก็มีเหตุผลที่น่าสนใจเช่นกัน

ในกลุ่มนี้เปิดเผยว่า แฟนๆปิศาจแดงควรให้โอกาสเดวิด มอยส์ ต่อไป เพราะถ้าหากมีความอดทนมากพอ อาจจะได้เก็บเกี่ยวความสำเร็จต่อไปในฤดูกาลหน้า

ตัวอย่างเช่น เบรนแด็น ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ในฤดูกาลที่แล้ว ทีมหงส์แดงมีผลงานตกต่ำ และพ่ายแพ้หลายต่อหลายนัด จนอยู่อันดับ 7 ของตารางคะแนนเท่านั้นเมื่อจบฤดูกาล

อย่างไรก็ตาม 1 ปีผ่านไป ร็อดเจอร์สได้วางรากฐานให้กับลิเวอร์พูลอย่างเหนียวแน่น การเล่นฟุตบอลที่คล่องแคล่ว รวดเร็ว การต่อบอลสั้นที่สวยงาม และเกมเคาน์เตอร์ แอทแท็กที่ทรงประสิทธิภาพ

สิ่งเหล่านี้ทำให้ลิเวอร์พูลก้าวขึ้นมามีลุ้นแชมป์ลีกอย่างเต็มตัว ซึ่งคำถามก็คือ ถ้าหากบอร์ดบริหารของลิเวอร์พูลไปปลดร็อดเจอร์สตั้งแต่ตอนนั้น ทีมหงส์แดงก็คงไม่มีวันนี้

เช่นเดียวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตอนแรกที่ดึงเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันเข้ามาเป็นผู้จัดการทีม ในช่วงแรกๆเฟอร์กี้ก็ไม่สามารถพาทีมประสบความสำเร็จได้เหมือนกัน แต่พอวางระบบทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว แมนฯยูไนเต็ด ก็คว้าแชมป์ต่างๆมากมาย เหมือนที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน

ดังนั้น การใจร้อนรีบปลดเดวิด มอยส์ ในตอนนี้ จึงถือว่าใจร้ายใจดำเกินไป และผลงานโดยรวมก็ไม่ถึงกับเลวร้ายขนาดนั้น การผ่านเข้าสู่รอบควอเตอร์ไฟนัล แชมเปี้ยนส์ลีกได้ในซีซั่นแรกก็ถือว่าไม่ธรรมดา

ที่สำคัญก็คือ หากปลดมอยส์ แล้วจะไปดึงใครล่ะ เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่

สำหรับทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หากคิดจะทำอะไร ก็จำเป็นต้องมีแผนรองรับไว้ก่อนแล้ว ไม่ใช่ว่าปลดกุนซือไปแล้วทีมต้องไปดิ้นรนหาผู้จัดการทีมคนอื่นมาขัดตาทัพ ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นบางทีผลงานอาจยิ่งเลวร้ายไปกว่าเดิมอีก

กุนซือที่มีชื่อทั้งหลาย ส่วนใหญ่ก็จะมีสังกัดอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเจอร์เก้น คล็อปป์, ดีเอโก้ ซิมิโอเน่ หรือ เคราร์โด้ มาร์ติโน่ แต่ละคนพาทีมของตัวเองลุ้นแชมป์อยู่ในขณะนี้ จึงไม่มีทางปล่อยมาคุมแมนฯยูไนเต็ดแน่นอน

คงต้องรอจนจบฤดูกาล และจบฟุตบอลโลกนั่นแหละ เราอาจจะได้เห็น กุนซือเก่งๆหลายๆคน ที่ตำแหน่งว่างลง และเมื่อนั้นแหละ อาจจะเป็นถึงเวลาเหมาะสมที่จะหากุนซือคนใหม่ให้กับทีมปิศาจแดง

ตัวอย่างเช่นหลุยส์ ฟาน กัลป์ ผู้จัดการทีมชาติฮอลแลนด์ ออกตัวไว้ก่อนแล้วว่า หลังจบเวิลด์คัพครั้งนี้ อยากย้ายมาคุมทีมในพรีเมียร์ลีก ดังนั้นถ้าแมนฯยูไนเต็ด ติดต่อไปจริงๆ โอกาสได้ตัวก็ถือว่ามีสูง

หรืออย่างเจอร์เก้น คล็อปป์ กับ ดีเอโก้ ซิมิโอเน่ ถ้าหากแมนฯยูไนเต็ด ทุ่มงบประมาณ พร้อมจ่ายค่าเหนื่อยแพงๆ บวกกับให้เงินในการเสริมทัพพอสมควร โอกาสได้ตัวก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

ดังนั้น เราต้องติดตามดูกันว่า เหลืออีกประมาณ 10 นัด ก่อนจะจบฤดูกาล เดวิด มอยส์ จะมีผลงานเป็นอย่างไร และจะพาทีมปิศาจแดงตกต่ำลงไปได้มากกว่านี้อีกหรือไม่ เพราะถ้าเขาไม่สามารถทำให้ทีมเก็บชัยชนะได้ล่ะก็ โอกาสอยู่ในตำแหน่งต่อไปในฤดูกาลหน้าก็ต้องบอกว่ายาก

เพราะบรรดาผู้บริหารของทีมปิศาจแดง คงไม่ทน ให้ทีมต้องตกต่ำไปมากกว่านี้ แม้คำขอสุดท้ายของตำนานอย่างเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะขอร้องให้แฟนบอลอยู่เคียงข้างผู้จัดการทีมคนใหม่ก็ตาม

เพราะในวงการฟุตบอล ผลงานเท่านั้นที่จะตัดสินทุกสิ่งทุกอย่าง

ความคิดเห็น

ความคิดเห็น

จำนวนคนดู: 0