Guest : สองคู่หยุดโลก..สองแผ่นดิน

Guest : สองคู่หยุดโลก..สองแผ่นดิน

คอลัมน์จากทางบ้านกลับมาอีกครั้ง กับเกมสุดเดือดสุดสัปดาห์นี้ ที่คอบอลทั่วโลกล้วนจับตามองชนิดไม่กะพริบตา

Guest คือ เวทีสำหรับแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับฟุตบอล ที่เปิดให้ผู้อ่านเขียนบทความของตัวเองความยาวประมาณ 1-3 หน้ากระดาษ มาร่วมสนุก เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

สนใจส่งงานเขียนให้ โกล พิจารณา คลิกที่นี่

วันอาทิตย์นี้โปรแกรมลูกหนังที่อยู่ในโฟกัสของแฟนบอลมากที่สุดคงหนีไม่พ้นศึกเรดไฟท์หรือ "แดงเดือด" ของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ลิเวอร์พูลจะเปิดถิ่นแอนฟิลด์รับการมาเยือนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

จากนั้นอีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงบนแผ่นดินสเปนก็จะมีศึกอมตะระหว่างคู่รักคู่แค้นตลอดกาล บาร์เซโลนา พบ เรอัล มาดริด ที่สังเวียนแข้งคัมป์ นูของฝ่ายแรก

เกมสองคู่นี้มีความคล้ายคลึงกันหลายอย่างนะครับ เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีที่ไม่มีใครยอมใคร ทุกคนที่เกี่ยวข้องต่างตระหนักรู้ถึงความสำคัญ และฐานแฟนคลับของแต่ละทีมมีมากมายทั่วโลก ที่พร้อมส่งแรงเชียร์ไปสู่นักเตะและสต๊าฟฟ์โค้ชทั้งทางตรงและทางอ้อม พาเกมในสนามทะลุองศาเดือดกันมานักต่อนักแล้วในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา

เกม "แดงเดือด" ของเหล่าผู้มีจิตศรัทธาในสโลแกนว่า "คุณจะไม่มีวันเดินเดียวดาย" ปะทะกับ "เหล่าผู้ขายวิญญาณให้ปีศาจ" นั้นมีตั๋วชิงแชมเปี้ยนส์ ลีกเป็นเดิมพันอันสูงค่า แม้จะยังไม่ได้บทสรุปที่ชัดเจนว่าสุดท้ายแล้วใครจะอยู่ใครจะไปเพราะยังเหลือเส้นทางโค้งสุดท้าย แต่ผู้ชนะในเกมนี้ย่อมได้รับแรงกระตุ้นเชิงบวกอย่างยิ่งยวด

โดยเฉพาะฝั่งลิเวอร์พูลที่พ่ายแพ้มาด้วยสกอร์ขาดลอยถึง 3-0 ในเกมแรกที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เป้าหมายของพวกเขาไม่อาจเป็นอื่นได้นอกจากสามคะแนนเต็ม ซึ่งหมายถึงการล้างตานัดแรกและทำคะแนนทะยานแซงคู่อริตลอดกาลที่ตอนนี้กำลังเป็นต่อพวกเขาอยู่สองแต้มเพื่อเข้าสู่พื้นที่โควต้ายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหวระหว่างทีมอันดับ 4 และ 5

มีความเป็นไปได้ไม่น้อยที่พลพรรค "เรดแมชชีน" จะปฏิบัติการเอาคืนได้สำเร็จ เมื่อพิจารณาจากผลงานนับตั้งแต่ที่พวกเขาพ่ายต่อแมนฯ ยูไนเต็ดจนถึงบัดนี้รวม 13 นัดในลีกสูงสุดที่ทีมดังแห่งเมอร์ซีย์ไซด์เก็บได้ถึง 33 จาก 39 คะแนนแถมสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นนับแต่นั้นมา สถิติฤดูกาลนี้เป็นรองแค่เชลซีทีมเดียวที่ไร้พ่ายติดต่อกัน 14 นัดนับจากออกสตาร์ทซีซั่นจนกระทั่งพ่ายนิวคาสเซิล

"อย่างน้อยที่สุดถ้าไม่ชนะ ก็ไม่น่าถึงกับแพ้คาบ้าน" ผมคิดว่าเดอะ ค็อปทั้งหลายมีความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมตามนั้น

อีกทั้งการปรับหมากมาเล่นระบบ "แบ็คทรี" หรือปราการหลัง 3 คนของแบรนแดน ร็อดเจอร์สประสบความสำเร็จอย่างมากเพราะสามารถตอบสนองปรัชญาที่ชื่นชอบการเล่นเกมรุกและเน้นการเพรสซิ่งสูงในแดนของคู่แข่ง โดยใส่มิดฟิลด์เข้าไปเสริมเกมตรงกลางจนเป็นแผน 3-4-3 หรือ 3-6-1

ด้านทีมคู่แข่งอย่างแมนฯ ยูไนเต็ดของหลุยส์ ฟาน กัลเริ่มเข้ามาอยู่ใน "ทรงบอล" ที่สาวกเรด อาร์มี่ "รับได้" มากขึ้นหลังจากถูกมองว่าเล่นค่อนข้างมั่วมาหลายเดือน ล่าสุดด้วยระบบ 4-3-3 ที่สามารถปรับมาเป็น 4-5-1 หรือ 4-4-1-1 ได้ก่อให้เกิดการเคลื่อนบอลที่ไหลลื่นและมีประสิทธิภาพจนคว้าชัยเหนือทีมแกร่งอย่างไก่เดือยทองได้แบบไม่ยากเย็น โดยนำห่างสามเม็ดก่อนจบครึ่งแรกและในครึ่งหลังก็เล่นได้อย่างรัดกุม ปิดช่องทางทำเกมรุกของสเปอร์สซึ่งเป็นทีมจอมคัมแบ็คได้อย่างหมดจด

แนวคิดเน้นการครองบอลของเทรนเนอร์ดัตช์แมนยังไม่อาจตอบสนองจริตของแฟนผีแดงบางกลุ่มที่ยังไม่ลืมอดีตเมื่อครั้งที่มหาบุรุษเลือดสก๊อต (ที่ไม่ใช่เดวิด มอยส์)ยืนเคี้ยวหมากฝรั่งแจ๊บๆ พร้อมสั่งการอยู่ข้างสนาม จึงมีเครื่องหมายคำถามอยู่รอบตัวของหลุยส์ ฟาน กัลเรื่อยมา

ดังนั้นเกมนี้อาจเป็นโอกาสอันดีที่ฟาน กัลและลูกทีมตราปีศาจสามง่ามจะได้พิสูจน์ตัวเองด้วยการเผชิญหน้ากับหงส์แดงที่เปลี่ยนโฉมมาเป็นทีมที่เคี้ยวยากผิดหูผิดตากับหนแรกที่เจอกัน

แต่บางครั้งสถิติทั้งหลาย เช่นการพบกันเมื่อครั้งก่อน ๆ หรือฟอร์มการเล่นช่วงหลายนัดหลังสุด แทบจะไม่ส่งอิทธิพลต่อเกมแดงเดือดที่คละคลุ้งอบอวลไปด้วยอารมณ์ร่วม, ความปรารถนาที่แรงกล้า และความซับซ้อน พอถึงเวลาก็ใส่กันแหลกในภายห้วงเวลา 90 นาทีไม่สนใจทั้งเมื่อวานและพรุ่งนี้

"แดงเดือด" จึงเป็นเกมที่ออกได้สามหน้าชนิดที่ทำนายผลการแข่งขันได้ยาก แม้แต่การพบกันบางครั้งในอดีตที่ผ่านมาขณะที่คะแนนทิ้งระยะห่างยังเป็นเกมที่ดุเดือดเลือดพล่าน แล้วตอนนี้ไล่กระชั้นชิดกันถึงเพียงนี้แถมอาจส่งผลถึงชะตาการเข้าร่วมโม่แข้งในฟุตบอลยุโรปถ้วยใหญ่ฤดูกาลหน้าในท้ายที่สุด

ดีกรีความตื่นเต้นเร้าใจจะพุ่งสูงถึงเพียงไหน…

…ข้ามฟากไปที่แดนกระทิงดุก็มีนัดหยุดโลกที่มีเดิมพันสูงไม่น้อยกว่าเกมแดงเดือดของอังกฤษ นั่นคือศึก "เอล กลาซิโก" ระหว่างบาร์เซโลน่ากับเรอัล มาดริดที่เป็นเกมสุดสำคัญของวงการฟุตบอลสเปนที่ทั่วโลกต่างจับจ้อง

ด้วยความที่ระบบการตัดสินอันดับของลา ลีกาใช้การพิจารณาจากเฮด-ทู-เฮดหากคะแนนของทั้งสองทีมเท่ากัน บาร์เซโลน่าจึงมีความจำเป็นต้องชนะมากกว่าเรอัล มาดริดแม้ว่าคะแนนกำลังนำอยู่ 1 แต้มก็ตาม

เนื่องจากในเกมแรกทัพราชันชุดขาวเป็นฝ่ายเปิดถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบวคว้าชัยได้ก่อนด้วยสกอร์ 3-1 ถ้าบาร์ซ่าทำได้เพียงเสมอก็อาจส่งผลเสียในท้ายที่สุดหากแต้มเผอิญเท่ากันหลังจบนัดที่ 38

แม้ว่าตัดเรื่องอันดับในตารางหรือช่องว่างคะแนนออกไป บาร์ซ่าในฐานะเจ้าถิ่นย่อมหมายมั่นปั้นมือเก็บชัยชนะเหนืออริตัวฉกาจทุกครั้งที่พบกันไม่แปรเปลี่ยน แน่นอนว่าทางฝั่งเรอัล มาดริดก็ยกพลมาเยือนด้วยความตั้งใจแบบเดียวกัน พวกเขาคงไม่หวังแค่ผลเสมอ หากบุกคว่ำเจ้าบุญทุ่มได้ถึงแคว้นคาตาลันนอกจากแซงกลับไปเป็นจ่าฝูงได้อีกครั้งแล้วยังได้เปรียบเฮด-ทู-เฮดอย่างมหาศาลอีกด้วย

กระนั้นนับแต่ขึ้นปี 2015 ฟอร์มการเล่นของทัพราชันชุดขาวแผ่วลงทั้งในฐานะทีมและฟอร์มส่วนบุคคลของสตาร์ประจำค่ายหลายราย โดยเฉพาะสามประสาน BBC ทั้งเบนเซม่า, เบล และคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทั้งที่พวกเขาร่วมกันสร้างสถิติอันน่าทึ่งชนะในเกมอย่างเป็นทางการติดต่อกันถึง 22 นัดมาก่อน

สวนทางกับพลพรรคอาซูลกราน่าที่แม้มีพลาดท่าพ่ายเรอัล โซเซียดัดและมาลาก้าในวันที่พวกเขาเล่นผิดพลาดง่ายเองเสียประตูตั้งแต่ต้นเกมและสภาวะการณ์ต่าง ๆ ล้วนไม่เป็นใจ แต่นอกนั้นพวกเขาเก็บชัยเรียบวุธ แถมสามประสาน MSN เมสซี่, ซัวเรซ และเนย์มาร์ก็มีการประสานงานที่ลงตัวเข้าขารู้ใจกันมากขึ้น ช่วยกันยิงเป็นกอบเป็นกำจนพาทีมผงาดขึ้นมาสูดอากาศอยู่ด้านบนสุด

ฉะนั้นประเด็นที่ได้รับความสนใจรองจากคำตอบของคำถามที่ว่า "ใครจะชนะ ?" ก็คือการประชันกันระหว่างเหล่าซูเปอร์สตาร์แนวรุกนามกระฉ่อนโลกา MSN วัดกับ BBC ว่าฝ่ายไหนจะทำผลงาน, สร้างความแตกต่าง และบันดาลความตื่นตะลึงบนผืนหญ้าคัมป์นูได้เป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้งเห็นจริงกว่ากัน

ขยายความให้ลึกลงไปถึงคุณภาพที่ตัวชูโรงอันดับหนึ่งของทั้งสองฝ่ายอาจนำมาสู่เกม ระหว่างลิโอเนล เมสซี่ที่เดินหน้าล่าตาขายเป็นว่าเล่นจนขยับขึ้นมานำดาวซัลโวลา ลีกาแต่เพียงผู้เดียวที่จำนวน 32 ประตู กับคริสเตียโน่ โรนัลโด้ที่มักเล่นไปหงุดหงิดไปในช่วงหลัง ใครที่จะนำทีมคว้าชัยมากำนัลแด่ต้นสังกัดและกองเชียร์

องค์ประกอบอื่นเช่นยอดจอมทัพลูกา โมดริชก็ได้ฤกษ์คืนสู่เกมลีกอีกครั้งในนัดเปิดรังเอาชนะเลบันเต้ 2-0 หลังบาดเจ็บใปนานในเกมที่บินไปรับใช้ชาติ และปฏิเสธไม่ได้ว่าสามประสาน BBC ต้องการคุณภาพการปั้นเกมชั้นเซียนจากมิดฟิลด์เลือดโครแอตผู้นี้

ยามที่ทัพราชันไม่มีฮาเมส โรดริเกซและลูก้า โมดริชพร้อมกันทั้งคู่ จินตนาการในพื้นที่สุดท้ายมักไม่บังเกิด ทว่าตอนนี้สภาพร่างกายกลับมาฟิตแล้วหนึ่งราย ทรงบอลของเรอัล มาดริดก็จะกลับมาอันตรายขึ้นไม่มากก็น้อย

ขณะในแง่ความปราดเปรื่องหรือ "กึ๋น" ของเฮดโค้ชทั้งสองฝ่าย ผมยังเชื่อว่าคาร์โล อันเชล็อติเก๋าประสบการณ์ และมักจะจัดการสิ่งต่าง ๆ ระหว่างเกมได้เหมาะสมกว่าหลุยส์ เอ็นริเก้ของเจ้าถิ่น

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เช่นเดียวกับศึกแดงเดือด ภายในห้วงเวลา 90 นาทีของ "เกมหยุดโลก" ที่เป็นการปะทะสงครามแข้งกันระหว่างคู่รักคู่แค้นตลอดกาลเช่นนี้บางครั้งเสมือนว่าช่วงเวลาอื่นที่ผ่านแล้วมาล้วนไร้ซึ่งความหมาย

จำต้องวางเรื่องผลงาน, ฟอร์มการเล่น และสถิติที่แล้วมาไว้เบื้องหลัง เพราะต้องใช้พลังความสามารถทั้งหมดที่มีอยู่ในขณะนี้รวมทั้งบทเรียนที่ผ่านการปรับปรุงแก้ไขมาแล้วเป็นเครื่องนำทาง และที่ขาดไม่ได้เลยคือสติและความฉลาดทางอารมณ์ของทั้งผู้เล่นและกุนซือ

แฟนบอลอย่างเรา ๆ ก็ด้วยนะครับ ลุ้นและเชียร์กันอย่างมีสติ…

 

Guest คือ เวทีสำหรับแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับฟุตบอล ที่เปิดให้ผู้อ่านเขียนบทความของตัวเองความยาวประมาณ 1-3 หน้ากระดาษ มาร่วมสนุก เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ สนใจส่งงานเขียนให้ โกล พิจารณา คลิกที่นี่

ที่มา: GOAL

ความคิดเห็น

ความคิดเห็น

จำนวนคนดู: 87