5 ปัจจัยพลิกโฉม “ปืนใหญ่” จากทีม “ไม่รู้ๆๆ” ก้าวถึงแชมป์

5 ปัจจัยพลิกโฉม “ปืนใหญ่” จากทีม “ไม่รู้ๆๆ” ก้าวถึงแชมป์

มิเกล อาร์เตต้า กุนซือป้ายแดงประสบความสำเร็จกับแชมป์แรกในชีวิตผู้จัดการทีมกับ อาร์เซนอล ไปแล้วเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

แชมป์ เอฟเอ คัพ สมัยที่ 14 ของ “ไอ้ปืนใหญ่” เป็นสิ่งที่เกินความคาดหมายของ “เดอะ กูนเนอร์ส” เอามากๆเมื่อดูจากสภาพทีมหลัง อูไน เอเมรี่ บอสคนก่อนทิ้งความยุ่งเหยิงเอาไว้มากมาย

คาดกันว่า อาร์เซนอล อาจต้องให้เวลา “พี่ตาร์” อีก 2-3 ปีกว่าจะก้าวขึ้นมาได้แชมป์อะไรซักอย่างแต่เพียงแค่ครึ่งฤดูกาลหลังทุกอย่างในรั้ว เอมิเรสต์ สเตเดียม เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

แฟนบอลสัมผัสได้ถึงความสำเร็จที่รออยู่จนกระทั่งมารู้ตัวอีกทีมมันขยับเข้าใกล้มาเรื่อยๆนับตั้งแต่โค่น แมนฯซิตี้ ในรอบรองชนะเลิศ

วันนี้เราจะมาไล่ปัจจัยสำคัญหลักๆที่ทำให้ “ปืนใหญ่” รูดม่านด้วยโทรฟีย์แชมป์และเฉลิมฉลองกันสุดสวิงริงโก้ไม่แพ้แฟน “หงส์แดง” กันครับ…

1. แข้งเวิร์ลดคลาสที่ชื่อ โอบาเมย็อง

ปฏิเสธไม่ได้แน่นอนว่าความสำเร็จของ อาร์เซนอล ชนิดคาดไม่ถึง หลักๆเลยมาจาก “โอบา” และโชคดีมากที่แกยิงประตูดีกว่าชูถ้วย!!!

กองหน้าวัย 31 ปีพลาดรองเท้าทองคำด้วยการยิงน้อยกว่า เจมี่ วาร์ดี้ แค่ลูกเดียวซึ่งหากพิจารณาจากการที่ต้นสังกัดจบซีซั่นด้วยอันดับ 8 ต้องบอกว่า 22 ประตูในพรีเมียร์ลีกถือว่าเยอะมาก

โอบาเมย็อง ยิงได้ 29 ประตูจากการลงสนามทุกรายการ 44 นัดและ 2 ประตูที่ยิงใส่ เชลซี ในรอบชิง เอฟเอ คัพ ตอกย้ำหนักแน่นเหลือเกินว่าแกมีความสำคัญแค่ไหนกับ “ปืนใหญ่” ในยุค มิเกล อาร์เตต้า

แม้ด้วยวัยขึ้นเลข 3 ไปแล้วแต่พี่ตาร์แสดงเจตจำนงอยากสร้างทีมโดยมีอดีตแข้ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นตัวหลัก

“ผมคิดว่าเขาอยากอยู่ต่อ ตอนนี้เป็นเรื่องของการบรรลุข้อตกลงในสัญญา”

“แต่ผมคิดว่าช่วงเวลาดีๆพวกนี้จะช่วยทำให้เขาฉุกคิดว่าเรากำลังเดินมาถูกทาง เขาเป็นคนสำคัญของโปรเจคนี้ เขาเป็นที่รักของทุกๆคนในสโมสร ได้แต่หวังว่าเขาจะอยู่เล่นให้เราต่อไป”

ใช่ครับ สัญญาของ “โอบา” เหลืออยู่ถึงแค่ซัมเมอร์หน้าและ “ปืนใหญ่” กำลังเร่งมือเพื่อต่อสัญญาออกไปให้ได้โดยตามข่าวคือ 3 ปีและถวายค่าเหนื่อยให้สัปดาห์ละ 250,000 ปอนด์จากเดิมที่รับอยู่ 180,000 ปอนด์

นักเตะในวัย 31 ปีกับสัญญา 3 ปีถือว่าเป็นอะไรที่มั่นคงต่อชีวิตเอามากๆครับ ในอดีตยุค อาร์แซน เวนเกอร์ นักตะขึ้นเลข 3 นี่ได้สัญญาปีเดียวเท่านั้น

จริงๆแล้ว โอบา มีออปชั่นต่อเพิ่ม 1 ปีแต่ด้วยผลงานที่เหลือเกินเหลือใช้ทำให้ “ปืนใหญ่” ไม่ต้องคิดมากเลยครับ ซื้อใจเอาไปเลย 3 ปี อยู่ที่นักเตะแล้วว่ามั่นใจในตัว อาร์เตต้า แค่ไหน

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ โอบาเมย็อง ยิงกระจายเป็นเพราะ พี่ตาร์ ถ่างเขาออกมาเล่นฝั่งซ้ายเป็นเรื่องเป็นราวซึ่งจากภาพ heatmap ของทางสกาย สปอร์ต

เปรียบเทียบการวิ่งของหอกทีมชาติ กาบ็อง ช่วงครึ่งซีซั่นแรกกับหลังต่างกันราวฟ้ากับเหว เพราะช่วงก่อนพี่ตาร์เข้ามาคุมทีม โอบา วิ่งไปทั่วทั้งซ้าย กลาง และขวา ในขณะที่ครึ่งซีซั่นหลังแกปักหลักทางซ้ายอย่างเดียว

ด้วยระบบใหม่ สไตล์การเล่นใหม่แบบเพรซิ่งดึงเอาศักยภาพการเล่นของ โอบา ออกมาชัดเจนจนการผลิตประตูออกดอกออกผลในช่วงสำคัญของฤดูกาลพอดิบพอดี

2. เกมรับ และ ระบบการเล่น

ช่วงที่ อูไน เอเมรี่ ถูกปลดจากตำแหน่งเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วจะมีซักกี่คนที่คิดว่า “ปืนใหญ่” จะจบฤดูกาลด้วยการมีแชมป์ติดไม้ติดมือ

แม้กระทั่ง “เดอะ กูนเนอร์ส” โลกสวยและมองโลกในแง่ดีที่สุดในโลกก็ยังไม่เชื่อว่าทีมรักจะมีโมเม้นท์นี้

มันก็สมเหตุสมผลเมื่อมองจาก ณ ตอนที่ เอเมรี่ โบกมือลา อาร์เซนอล ไม่ชนะใครเลย 7 เกมและห่างจาก top four ถึง 8 แต้ม

ซ้ำร้ายปัญหาภายในสโมสรเองก็ครุกกรุ่นจนเหมือนรอวันทีมแตกจากเหตุการณ์ แกรนิท ชาก้า มีปากเสียงกับแฟนบอลหลังถูกเปลี่ยนตัวออกจนเสียตำแหน่งกัปตันทีม

โชดราน มุสตาฟี่ เป็นบ่อน้ำมันชั้นดี แฟนบอลด่าทุกนัด ส่วน ดาวิด ลุซ์ ก็ยังเป็น ดาวิด ลุยซ์ คนเดิมไม่มีเปลี่ยน

โซคราติส ลงสนามแฟนบอลไม่เคยมั่นใจส่วน คาลัม แชมเบอร์ เจ็บยาวถึงมกราคม

ดังนั้นการเก็บ 11 คลีนชีตและเอาชนะในทุกรายการกับทีมอย่าง เชลซี, ลิเวอร์พูล, แมนฯซิตี้, แมนฯยูฯ และ วูลฟ์ มันผิดวิสัยของ “ปืนใหญ่” เอามากๆ

อาร์เตต้า เข้ามาพลิกชีวิต ชาก้า วัย 27 ปีให้กลับมาเล่นได้สุดยอดอีกครั้งนับตั้งแต่ย้ายมายังสโมสรเมื่อปี 2016

ประสบการณ์จากการช่วยงาน เป๊ป กวาดิโอล่า ทำให้ พี่ตาร์ ทำให้นักเตะที่จิตเลื่อนลอยอย่าง ลุยซ์ และ มุสตาฟี่ เป็นปราการหินในแนวรับได้อย่างน่าทึ่ง

เกม เอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ กับ แมนฯซิตี้ แสดงให้เห็นแล้วว่า ลุยซ์ เทพแค่ไหนเมื่อเก็บกินลูกเปิดทั้งโด่งและเลียด

การเล่นอย่างมีวินัยและนักเตะ “ขานรับ” กับระบบเพรสซิ่งสูงทำให้การเล่นแบบสวนกลับและใช้โอกาสไม่มากสามารถจบสกอร์ได้อย่างเฉียบขาด

ยิงเข้ากรอบ 2 หนเป็น 2 ประตูให้พิชิต “หงส์แดง” ใน เอมิเรสต์ สเตเดียม ทั้งๆที่รูปเกมเป็นรอง นี่เป็นอีกการพลิกโฉม ออล นิว อาร์เซนอล ให้เล่นบอลแบบมีประสิทธิภาพ ชนะในเกมที่ไม่ควรชนะ หรือ ugly win

ใครคนเพิ่งหัดดูบอลก็มองออกว่าต่อไป “ปืนใหญ่” จะน่ากลัวแค่ไหนหาก อาร์เตต้า ได้เวลาและงบเสริมทัพด้วยนักเตะระดับ top ที่ตอบสนองการเล่นในระบบนี้เข้ามาเพิ่มอีก

3. Man management เฉียบขาด

ความเด็ดขาดฟันไม่เลี้ยงในเคสของ เมซุต โอซิล และ มัตเตโอ กุนดูซี่ ของ อาร์เตต้า ทำให้แฟน “ปืนใหญ่” สัมผัสได้ถึงยุคใหม่ไม่ตุ๋มติ๋ม เห็นผิดเป็นถูก เห็นถูกเป็นผิดเหมือนในอดีตอีกแล้ว

โอซิล เป็นนักเตะที่รับค่าจ้างแพงที่สุดในทีมด้วยค่าเหนื่อย 350,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ซึ่งสัญญาเหลืออีกปีเดียว

เงินที่ลงไปให้เขาหนักชนาดนี้แปรรูปออกมาเป็นการลงสนาม 23 นัดและยิงได้ลูกเดียวในทุกรายการ

แต่อันที่เป็นปัญหาที่สุดคือทัศนคติของแข้งวัย 31 ปีจนทำให้ อาร์เตต้า จับดองนั่งกางร่มดูเพื่อนๆบนอัฒจันทร์ยาวๆไป

ในขณะที่ เกนดูซี่ ถูกพี่ตาร์ หั่นชื่อทิ้งพ้นทีมนับตั้งแต่แพ้ ไบรจ์ตัน 2-1 เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน

วีกรรมที่เจ้าหนูวัย 21 ปีทำไว้ในเกมนั้นเป็นอะไรที่อัปยศอดสูมากเมื่อไปดูถูก นีล เมาปาย และแข้ง ไบร์จตัน ว่าได้ค่าจ้างน้อยนิดเมื่อเปรียบเทียบกับเขาและเพื่อน “ปืนใหญ่” คนอื่นๆ

ใช่ครับ โอซิล รับค่าจ้างแพงสุด 350,000 ปอนด์ต่อวีคส่วน “เดอะ ซีกัลลส์” มากสุด 50,000 ปอนด์ต่อวีค

แม้ตัวของ เกนดูซี่ เองก็รับอยู่แค่ขี้หมา 40,000 ปอนด์แต่ไม่มีนักบอลคนไหนเขาเอาเรื่องนี้มาข่มกันหรอกครับ ฝีเท้าต่างหากที่เป็นตัวตัดสิน

ทัศนคติเช่นนี้เองที่ทำให้ อาร์เตต้า โกรธมากซึ่งแม้ เกนดูซี่ มีพรสวรรค์และยังพัฒนาได้อีกเยอะแต่เก็บไว้ก็รังแต่จะสร้างบรรยากาศแย่ๆภายในทีม

แทบจะแน่นอนแล้วว่าอนาคตของอดีตมิดฟิลด์ของ ลอรีย็อง จะถูกขายทิ้งเพื่อเอามาเสริมทัพในตำแหน่งอื่นๆและเมื่อเติบโตขึ้นเจ้าตัวจะรู้ว่านี่คือสิ่งที่เขาทำพลาดอย่างใหญ่หลวง

การหั่นนักเตะที่มีความสำคัญต่อทีมและยังคว้าแชมป์มาครองในบั้นปลายยิ่งทำให้บารมีของ อาร์เตต้า ยิ่งได้รับการยอมรับจากนักเตะที่เหลือไปหมดสิ้นอย่างไม่ต้องสงสัยเลย

4. ไว้ใจในตัวดาวรุ่ง

เอเมรี่ มีปัญหาร้อยแปดพันก้าวตลอดการคุมทีม 18 เดือนกับ อาร์เซนอล แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นสัญญาณบวกคือการใช้นักเตะดาวรุ่งและ อาร์เตต้า ก็สานต่อมันได้อย่างลงตัว

ปูมหลังของพี่ตาร์เริ่มเก็บเกี่ยวซึมซับการบริหารงานโค้ชจาก ซิตี้ ที่มีอคาเดมี่ระดับเทพดังนั้นเรื่องความไว้วางใจนักเตะดาวรุ่งพรสวรรค์มันมีมากกว่ากุนซือคนอื่นๆทั่วไปอยู่แล้ว

เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ดาวรุ่งที่กลับมาจากการยืมตัวจาก ลีดส์ ยูไนเต็ด เมื่อเดือนมกราคมก็กระโดดสู่ทีมชุดใหญ่ทันที

บูคาโย่ ซาก้า เพิ่งอายุ 18 ปีแต่ถูกใช้บริการอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ยุค อเมรี่ จนถึง อาร์เตต้า

เจ้าตัวทำผลงานได้อย่างเหลือเชื่อ 11 แอสซิสต์และทำได้ 4 ประตูจากการลงสนาม 38 เกม

เอนสลีย์ เมทแลนด์ ไนลส์ และ ร็อบ โฮลดิ้ง ก็ค่อยๆมีบทบาทในทีมซีเนียร์มากขึ้นเช่นเดียวกับ โจ วิลล็อต, กาเบรียล และ รีสส์ เนลสัน ก็ถูกใช้งานตามสถานการณ์

5. เอมิเลียโน่ มาร์​ติเนซ

เชื่อว่าแฟนบอล อาร์เซนอล น่าจะรู้สึกเหมือนๆกันเมื่อเห็น แบรนด์ เลโยน่ นายทวารมือหนึ่งเจ็บในเกมแพ้ ไบรจ์ตัน คือท้อแท้เจอปัญหานักเตะเดี้ยงอีกแล้วไม่ว่าจะยุคไหนสมัยไหน เจ็บยันประตู

แต่สถานการณ์มักสร้างฮีโร่ คือนี้ใช้ได้เสมอไม่ว่าจะกี่ปี

ครับใครจะคาดคิดว่าผู้รักษาประตูมือสองอย่าง มาร์ติเนซ ที่อยู่กับสโมสรมาตั้งแต่ปี 2010 หรือ 10 ปีเต็มจะกลายเป็นนายด่านสุดท้ายที่น่าเกรงขามและช่วยชีวิตทีมเอาไว้ได้หลายต่อหลายครั้ง

ปฏิกริยาที่ว่องไว เซฟลูกยากๆ และไม่มีแววของการตื่นสนามจนทำหมูหกให้เราเห็นเลย

เมื่อนายด่านสุดท้ายไว้ใจได้เพื่อนร่วมทีมก็เล่นอย่างสบายใจ แค่รักษาพื้นที่ บีบให้คู่ต่อสู้ยิงจากระยะไกลหรือมุมแคบที่เหลือปล่อยให้พี่ มาร์ติเนซ เขาจัดการ

มันต่างกับการเล่นไประแวงไปแม้กระทั่งลูกเปิดไร้ความอันตรายแต่เพื่อนร่วมทีม 5-6 คนต่างพร้อมใจกันตะโกน “เกป้าๆๆ” แบบนั้นมันก็ไม่ไหว!!

ปูมหลัง มาร์ติเนซ เป็นนักเตะเยาวของ อินเดเพนเดนเต้ ทีมบ้านเกิดและว่ากันว่าเจ้าตัวย้ายมา ลอนดอน ตั้งแต่อายุ 17 ปีเนื่องจากฐานะยากจน

หลังย้ายมายัง เอมิเรสต์, มาร์ติเนซ ในวัยละอ่อนถูกปล่อยยืมตัว 6 ครั้งกับทีมอย่าง อ็อกซ์ฟอร์ด, เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์, รอเธอร์แฮม, วูลฟ์, เกตาเฟ่ และ เรดดิ้ง

การลงสนามให้ “ปืนใหญ่” แค่หนที่ 2 ก็พบกับฝันร้ายเมื่อโดน เรดดิ้ง ยิงในศึก ลีก คัพ 5 ลูก

และตลอด 8 ปีกับสโมสรเขาได้รับโอกาสลงเล่นในพรีเมียร์ลีกแค่ 12 เกมเท่านั้น

การได้ลงเล่นตัวจริงในฤดูกาลแรกและได้แชมป์เลยจึงเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อมาก การที่เขาเป็นคนรักครอบครัวมากจึงถึงกับหลั่งน้ำตาเมื่อถูกพิธีกรถามถึงความรู้สึกถึงคนที่บ้านหลังคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ

“ผมไม่สนเรื่องเงิน”

นี่คือคำพูดของ มาร์ติเนซ ภายหลังสวมกอดกับเจ้าหน้าที่ “ปืนใหญ่” ในอุโมงค์ที่โลกโซเชี่ยลตีความหมายว่าน่าจะเป็นการพูดถึงเรื่องโบนัสหลังได้แชมป์

แต่ “เดอะ กูนเนอร์ส” อาจสบายใจได้ระดับนึงเพราะเชื่อว่าเจ้าตัวคงไม่งอแงหลังเริ่มมีชื่อเสียงแต่สโมสรคงต้องเพิ่มค่าเหนื่อยให้ไว ตลาดเปิดน่าจะเนื้อหอมแน่นอน

อย่างไรก็ตามคำถามที่หลายคนอยากรู้มากกว่าคือเมื่อ เลโน่ กลับมา จะเป็นในฐานะมือหนึ่ง หรือ มือสอง กันแน่?

ที่มา: soccersuck

ความคิดเห็น

ความคิดเห็น

จำนวนคนดู: 8