เมื่อถึงเวลาที่เจอร์ราร์ดต้องปรับตัวเพื่อหงส์แดง

เมื่อถึงเวลาที่เจอร์ราร์ดต้องปรับตัวเพื่อหงส์แดง

เมื่อพูดถึงชื่อของสตีเว่น เจอร์ราร์ด หลายคนอาจนึกถึงภาพของกองกลางไดนาโม ที่มีพละกำลังมหาศาลพร้อมจะวิ่งขึ้นลงสนามตลอด 90 นาที

ตั้งแต่เริ่มต้นค้าแข้งเป็นต้นมา บทบาทของเจอร์ราร์ดจะอยู่ในส่วนของแนวรุกมาตลอด ในปี 2001 ที่คว้าทริปเปิ้ลแชมป์ก็มีแกรี่ แม็คอัลลิสเตอร์ ยืนเป็นมิดฟิลด์ตัวรับ และปล่อยให้เจอร์ราร์ดมีอิสระในเกมรุกเต็มที่

หรือในปี 2005 ที่คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกได้สำเร็จ ก็มีดีทมาร์ ฮามันน์ กับ ชาบี อลองโซ่ ที่คอยยืนสนับสนุนอยู่ด้านหลัง ทำให้เจอร์ราร์ด หนุนขึ้นไปยิงแถวสอง หรือ สอดขึ้นไปจบสกอร์ได้หลายต่อหลายครั้ง

หรืออย่างในปี 2009 ที่ลิเวอร์พูลใกล้เคียงกับการได้แชมป์พรีเมียร์ลีกมากที่สุด เจอร์ราร์ดในฤดูกาลนั้นรับบทบาทเป็นกองหน้าตัวต่ำ อยู่ด้านหลังเฟร์นันโด ตอร์เรส ซึ่งผลงานของกัปตันจี ในปีนั้นคือยิงประตูไปถึง 16 ลูกในฤดูกาลเดียว นับว่าเป็นตัวเลขที่เหลือเชื่อมากสำหรับผู้เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์

อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาล 2013-14 ในปีนี้เจอร์ราร์ดมีอายุ 33 ปี ดังนั้นไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่พละกำลังของเจ้าตัวจะลดลงไปจากเดิม จากคนที่เคยวิ่งขึ้นลงได้ทุกพื้นที่ของสนาม เจอร์ราร์ดไม่สามารถทำแบบนั้นได้อีกแล้ว แน่นอน เรื่องของชั้นเชิงยังมี แต่คำถามคือเรื่องของสภาพร่างกายที่ไม่แข็งแกร่งเหมือนสมัยที่เป็นวัยรุ่นแน่นอน

คำถามที่น่าสนใจก็คือ เบรนแด็น ร็อดเจอร์สจะทำอย่างไร เพราะจะดร็อปเจอร์ราร์ดออกจากทีมไม่ได้ เนื่องจาก สตีวี่ จี เป็นผู้เล่นที่มีอิทธิพลอย่างมหาศาลกับลิเวอร์พูล ทั้งในและนอกสนาม

ในสนามนั้น เจอร์ราร์ดเปรียบเสมือนศูนย์รวมของเพื่อนนักเตะทุกคน เป็นคนที่คอยกระตุ้น และให้กำลังใจนักเตะในยามที่สกอร์ตามหลัง นอกจากนั้น ด้วยวัยอาวุโสมากที่สุดในทีม ทำให้เขามีความเยือกเย็น และคอยเบรกรุ่นน้องที่อารมณ์พลุ่งพล่านได้

ลองนึกภาพในเกมระหว่างลิเวอร์พูลกับฟูแล่ม เมื่อทีมหงส์แดงได้จุดโทษในนาทีสุดท้าย ถ้าวินาทีนั้นไม่มีนักเตะอย่างเจอร์ราร์ดอยู่ จะมีคนไหนที่แฟนลิเวอร์พูลจะไว้วางใจให้ยิงจุดโทษในนาทีชี้เป็นชี้ตายแบบนั้นได้

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะดร็อปไม่ได้ แต่เจอร์ราร์ดในนาทีนี้ ไม่สามารถทะลุทะลวงได้เหมือนก่อนอีกแล้ว

พละกำลัง คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในสไตล์การเล่นของเจอร์ราร์ด หรือที่เรียกกันว่า มิดฟิดล์แบบ Box to Box ในช่วงต้นฤดูกาลมีหลายเกมที่เจอร์ราร์ดเติมขึ้นสูง แต่วิ่งลงมาช่วยเกมรับไม่ทัน จนทีมเกือบจะเสียประตู

การหาความสมดุลของสไตล์การเล่นให้เจอร์ราร์ด คือการบ้านที่ร็อดเจอร์สจะต้องกลับไปขบคิด

หลังจากที่ ทดลองอยู่หลายแผนในที่สุด ร็อดเจอร์สก็ได้พบกับสไตล์การเล่นที่ดูจะเหมาะที่สุดสำหรับเจอร์ราร์ด คือการเล่นมิดฟิลด์ตัวรับ หรือ ในภาษาอังกฤษว่า โฮลด์ดิ้ง มิดฟิลเดอร์

ร็อดเจอร์ส เคยให้สัมภาษณ์ว่า จุดเด่นของเจอร์ราร์ด คือเป็นกองกลางที่สายตาไวมาก และจ่ายบอลยาวได้เฉียบคม ซึ่งการนำดาวเตะรายนี้มายืนเป็นมิดฟิลด์ตัวรับ น่าจะเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุด เพราะไม่ต้องใช้เจอร์ราร์ดวิ่งมากมายเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว

สไตล์การเล่นของเจอร์ราร์ด ณ ปัจจุบัน จะละม้ายคล้ายคลึงกับอันเดรีย ปิร์โล่ มิดฟิลด์ของยูเวนตุส และของทีมชาติอิตาลี ที่ยืนอยู่ในแนวลึก แต่สามารถจ่ายบอลได้เฉียบคม ซึ่ง เราจะเห็นได้ว่าปิร์โล่เองก็ไม่ใช่มิดฟิลด์ที่มีความเร็วมากมายอะไร แต่การจับผู้เล่นไปยืนในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด ย่อมทำให้นักเตะสามารถทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ

เจอร์ราร์ด เริ่มโยกมาเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรับอย่างเต็มตัว ในช่วงต้นปีนี้เอง โดยแรกๆ ก็โดนวิจารณ์อย่างหนัก ว่าเขาไม่เหมาะกับการยืนต่ำขนาดนั้น แต่พอลงเล่นได้สักระยะ เจอร์ราร์ดก็ปรับตัวได้ และตอนนี้กลายเป็นว่า การยืนต่ำอยู่ในระนาบเดียวกับคู่เซ็นเตอร์แบ็ก ดูจะเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับกัปตันจี ในขณะนี้

เบรนแด็น ร็อดเจอร์ส ได้ให้สัมภาษณ์ว่า นักเตะอย่างเจอร์ราร์ด นั้นไม่สามารถดร็อปได้ เพราะเขามีประโยชน์กับทีมมากๆ และถึงจะมีอายุ 33 ปีแล้วก็ยังคงเป็นผู้เล่นระดับเวิลด์คลาสอยู่ แต่การถอยไปเล่นด้านหลัง จะดึงศักยภาพที่ดีที่สุดของเจอร์ราร์ดออกมาได้

ร็อดเจอร์สกล่าวว่า เจอร์ราร์ด เป็นคนที่มีการจ่ายบอลที่แม่นยำ และหลากหลายแบบทั้งสั้นและยาว นอกจากนั้นยังเอาตัวรอดจากที่แคบๆได้ดีอีกด้วย ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เหมาะสมกับตำแหน่งกองกลางตัวรับอย่างยิ่ง

จากวันแรกที่เจอร์ราร์ดเล่นตำแหน่งนี้ ในช่วงต้นปี จนถึงปัจจุบันราวสิบเกม ลิเวอร์พูลยังไม่แพ้ใครในพรีเมียร์ลีกเลย ดังนั้นจึงถือว่า อาจเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ที่ดึงเจอร์ราร์ดถอยต่ำลงมาในลักษณะนี้

ไม่ใช่แค่กับสโมสรเท่านั้น แต่กับทีมชาติ รอย ฮอดจ์สัน ก็เลือกใช้สตีเว่น เจอร์ราร์ด ในตำแหน่งนี้เช่นกัน โดยในระบบ 4-3-3 มิดฟิลด์สามคนของทีมสิงโตคำราม เจอร์ราร์ดมักจะเป็นคนที่ยืนต่ำที่สุดเสมอ โดยปล่อยให้ แจ๊ค วิลเชียร์ , ทอม เคลฟเวอร์ลีย์, ไมเคิล คาร์ริก หรือ แฟรงค์ แลมพาร์ด มีบทบาทในเกมรุกมากกว่า

สำหรับตัวเจอร์ราร์ดเองนั้น ก็เคยยอมรับว่า หากได้ช่วยลิเวอร์พูล กับทีมชาติอังกฤษแล้ว เขาสามารถเล่นในตำแหน่งไหนก็ได้ทั้งนั้น และจากผลงานที่เห็นก็ถือว่าน่าประทับใจทีเดียว

ในซีซั่นนี้ เจอร์ราร์ด ยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำทีเดียว การจบสกอร์จากลูกเซ็ตพีซ ทั้งจุดโทษ และฟรีคิก ยังคงไว้วางใจได้ นอกจากนั้น การจ่ายบอลให้เพื่อนทำประตู ก็ต้องบอกว่าเฉียบคมเหมือนเดิม โดยในซีซั่นนี้ลิเวอร์พูลเป็นทีมที่ยิงประตูด้วยลูกเซ็ตพีซ มากที่สุดในพรีเมียร์ลีก ซึ่งส่วนสำคัญก็ต้องบอกว่า มาจากการจ่ายบอลที่เฉียบคมของเจอร์ราร์ดนั่นเอง

ดีทมาร์ ฮามันน์ อดีตนักเตะลิเวอร์พูล ให้สัมภาษณ์ว่า ถ้าเจอร์ราร์ด ถอยลงมายืนเป็นมิดฟิลด์ตัวรับแบบนี้ สามารถยืดอายุการเล่นได้ถึง 38 ปีเลยทีเดียว เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่ไม่ต้องใช้พละกำลังเข้าปะทะมากนัก ทำให้ยังรักษาสภาพร่างกายเอาไว้ได้แม้จะอายุมากแล้วก็ตาม

ซึ่งเราก็ต้องดูกันต่อไปว่า กับตำแหน่งใหม่ที่เจอร์ราร์ดจะได้ลงเล่นต่อจากนี้ไป จะทำให้เขาสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกที่รอคอยมาครอบครองได้สำเร็จหรือไม่

ความคิดเห็น

ความคิดเห็น

จำนวนคนดู: 2