“หลุมพราง” บอลไทย…กลับไปสู่ “ยุคมืด”

ชัยชนะเหนือ บาห์เรน สร้างความสุขให้แฟนบอลไทยได้อีกครั้ง แต่สำหรับคนบางกลุ่มยังคงไม่ลดละความพยายามที่จะขับไล่นายกสมาคมลูกหนังไทยออกจากตำแหน่งให้ได้

ฟุตบอล เป็นเกมกีฬา ย่อมมีแพ้ มีชนะ หรือเสมอ ปะปนกันไป ไม่มีทีมชาติใด หรือ สโมสรใด จะชนะหรือเป็นแชมป์ได้ตลอดกาล ไม่ว่าจะแข่งกับทีมที่แข็งกว่าหรืออ่อนกว่าก็ตาม

เพราะฟุตบอลลูกกลมๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้ ที่สำคัญไม่มีประเทศใด สโมสรใดในโลกที่ทีมฟุตบอลของตัวเองแพ้แล้วแฟนบอลจะออกมาบีบให้นายกสมาคมฯ หรือประธานสโมสรลาออก

จากกระแสแฟนบอลไทยบางกลุ่มที่พยายามกดดันให้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง “ลาออก” จากผลงานทีมชาติล้มเหลว พร้อมข้อหาเลือกโค้ชผิด

จริงๆ ถ้าลองคิดในแบบไม่เข้าข้างใคร การเลือกโค้ชก็เหมือนการแทงหวย คงไม่มีใครอยากแทงเลขผิด การเลือกโค้ชมาทำหน้าที่ก็เช่นกัน ทุกๆ ทีมต้องผ่านกระบวนการพิจารณาอย่างรอบคอบ

เช่นเดียวกับ ทีมชาติไทย ในการเลือกโค้ชของทีมงานสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้ยึดหลักการ 4 ข้อ คือ

1.เป็นความสมัครใจและยินยอมพร้อมใจของโค้ชคนนั้น

2.มีคุณสมบัติที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ต้องการ

3.บรรลุข้อตกลงและเงื่อนไขที่มีต่อกันทั้งสองฝ่าย

4.ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงในเรื่องค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม

จากกระแสความเคลื่อนไหวของแฟนบอลไทยบางกลุ่มที่พยายามกดดันเพื่อที่จะทำให้นายกสมาคมฯ ลาออกจากตำแหน่งนั้น หากพิจารณาให้ถ่องแท้ด้วยข้อมูลและเหตุผลอย่างมีสติแล้ว จะพบว่าความเคลื่อนไหวต่างๆ นั้น น่าจะมีวาระซ่อนเร้น เป็นความต้องการของกลุ่มคนที่ผิดหวัง เสียผลประโยชน์ และมีอคติเป็นการส่วนตัว

กลุ่มคนเหล่านี้คิดว่า พล.ต.อ.สมยศ เป็นศัตรูร่วมกันจึงมีเป้าหมายและความต้องการที่จะทำทุกวิถีทางที่จะทำให้พ้นจากตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯให้ได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มที่เสียผลประโยชน์จากสมาคมกีฬาฟุตบอลฯยุคนี้อย่างมหาศาล

หรือกลุ่มที่ผิดหวัง โกรธแค้น และชิงชัง จากกรณีที่ พล.ต.อ.สมยศ เคยพูดวลีเด็ด “ผมอาย” จนเป็นเหตุให้โค้ชในดวงใจต้องลาออก แต่ถ้าใครได้ติดตามข่าวสารเรื่องนี้มาโดยตลอด จะทราบว่าเหตุผลการแยกทางที่แท้จริงนั้นเป็นเช่นไร

หากแฟนบอลชาวไทยเอาแค่สะใจ ไม่คิด วิเคราะห์ แยกแยะด้วยเหตุผลอย่างถี่ถ้วน ก็อาจตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มคนเหล่านั้น โดยเฉพาะกลุ่มที่พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อหวังเข้ามากอบโกยผลประโยชน์ให้ตัวเองและพวกพ้อง

หมายความว่า แฟนบอลนั่นเองที่อาจตกหลุมพราง เป็นหนึ่งในผู้ร่วมขบวนการนำพาวงการฟุตบอลไทยกลับไปสู่ยุคมืดเหมือนในอดีตที่ผ่านมาก็เป็นได้

ที่มา: soccersuck

ความคิดเห็น

ความคิดเห็น

จำนวนคนดู: 7