สัมภาษณ์พิเศษ เปาโล ออตัวรี กุนซือใหม่เซเรโซ โอซากา ตอนที่ 2

สัมภาษณ์พิเศษ เปาโล ออตัวรี กุนซือใหม่เซเรโซ โอซากา ตอนที่ 2

พบกับตอนจบของบทสัมภาษณ์กุนซือคนใหม่จิ้งจอกโอซากา ที่จะมาบอกเล่าถึงเป้าหมายในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง

เปาโล ออตัวรี กุนซือใหม่ของเซเรโซ โอซากา เข้ามารับตำแหน่งเพื่อพาทีมเลื่อนชั้นกลับไปสู่เจลีกดิวิชั่น 1 และตอนนี้เขาก็กำลังโฟกัสอยู่กับการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้แก่ทีม โดยคนที่จะมาเป็นศูนย์กลางในเรื่องนี้คงจะเป็นใครไม่ได้นอกจาก โฮตารุ ยามางุจิ กัปตันทีมที่เพิ่งจะหายเจ็บจากอาการบาดเจ็บที่เข่าขวาและกลับมาฟิตสมบูรณ์

โฮตารุ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงครบทั้งสามนัดให้กับทีมชาตญี่ปุ่นในฟุตบอลโลก และได้รับการคาดหวังว่าจะกลายเป็นห้องเครื่องคนใหม่ของทัพซามูไรบลู อย่างไรก็ตามฤดูกาลที่แล้วได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นเรื่องที่หนักเกินไปสำหรับเขา เมื่อไม่สามารถช่วยให้ทีมรอดพ้นจากการตกชั้นได้ เปาโล ผู้จัดการทีมคนใหม่ ได้เลือกนักเตะที่อยากจะพิสูจน์ตัวเองเป็นแกนหลักของทีม และหวังว่าเขาจะขับเคลื่อนทีมให้เป็นหนึ่งเดียวด้วยแผนที่จะเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ภายนอกของเซเรโซ โอซากา ให้เป็นทีมที่จะสู้สุดใจจนถึงวินาทีสุดท้าย

คุณคาดหวังอะไรกับ โฮตารุ ยามางุจิ ที่เพิ่งกลับมาหลังหายไปจากทีมอย่างยาวนานจากอาการบาดเจ็บ?

“ครับเขาเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นที่สามารถแสดงพรสวรรค์ให้เราได้เห็นในฐานะนักฟุตบอล ได้ลงเล่นในเกมคุณภาพสูงและไม่ต้องสงสัยว่าเขาต้องเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน ยามเขาได้บอลผมรู้ว่าเขาจะต้องเคลื่อนตัวไปในทิศทางที่ถูกอย่างแน่นอน เขาเป็นผู้เล่นประเภทที่ผู้จัดการทีมทุกคนต้องการ ในฐานะกองกลางตัวคุมเกม เขาเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระตามที่เขาต้องการ ผู้เล่นแต่ละคนมีเกมรุกและเกมรับเป็นของตัวเอง แต่ในเกมฟุตบอลทุกคนต้องมีส่วนร่วมทั้งเกมรุกและเกมรับ นอกจากนี้ยังสามารถไปปรับใช้กับทากะและ อารียาในระหว่างการฝึกซ้อมได้อีกด้วย”

คุณจะทำอย่างไรกับเกมรับที่ทีมเสียประตูไปอย่างมากมายไปเมื่อฤดูกาลที่แล้ว?

“กองหลังของเราเข้าใจอย่างชัดเจนว่าสิ่งที่ผมอยากให้ทำคืออะไร คุณสามารถเห็นมันในเกมแข่งซ้อมที่ผู้เล่นแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความมั่นคงและรับมือคู่แข่งได้เป็นอย่างดี แนวรับที่แข็งแกร่งเป็นสิ่งสำคัญมากหากกองหน้าขึ้นไปสร้างโอกาสในแดนหน้า หากไม่มีมันการบุกที่อิสระก็คงจะเป็นไปไม่ได้ หากกองหน้าสามารถทำสิ่งนี้ พวกเขาก็สามารถเติมเกมรุกอย่างที่เราต้องการได้”

คุณคิดว่าทีมต้องได้กี่แต้มเป็นอย่างน้อยในเจ2 ฤดูกาลนี้? เมื่อปี 2014 โชนัน เบลล์มาเร เก็บไป 100 แต้ม ในขณะที่ มอนเตดิโอ ยามางะ ได้ไป 80 แต้ม และพวกเขาก็อยู่ในเจ1 ตอนนี้

“การตั้งเป้าว่าจะเก็บแต้มได้เท่าไรจะทำให้ทีมกดดัน ผมตั้งใจที่จะให้นักเตะลงเล่นอย่างเอาจริงเอาจัง สำหรับความเอาจริงเอาจังผมไม่ได้หมายถึงด้านกายภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงการใช้สมองด้วย ผมลองมองไปที่ทีมที่จบในหัวตารางของเจ2 ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา และต้องบอกให้คุณรู้ว่าสิ่งที่โชนันแสดงให้เห็นมันเป็นสิ่งที่เกินธรรมดา อย่างกัมบะ ตอนที่พวกเขาอยู่ในเจ2 พวกเขาเก็บได้เพียงแค่ 80 แต้มเท่านั้น

“นับตั้งแต่เปิดฤดูกาล โชนันโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการคว้าชัยหลายเกมติดต่อกัน ซึ่งทำให้พวกเขามีแต้มอย่างมากมายตอนจบฤดูกาล ส่วนเหตุผลที่กัมบะสามารถคว้าสามแชมป์ได้เมื่อปีที่แล้วเพราะพวกเขาลงเล่น 10 นัดแรกโดยไม่แพ้ใคร การบรรลุผลสำเร็จในช่วงกลางฤดูกาลช่วยให้ทีมสามารถหาจังหวะของตัวเองได้ และเพิ่มโอกาสในการเลื่อนชั้นสู่เจ1”

ในเวลาเดียวกัน แฟนบอลคาดหวังคุณให้สร้างนักเตะอย่างคางาวะ, อินุอิ, คิโยตาเกะ หรือ คาคิตานิ

“ไม่ว่าผู้เล่นจะอายุเท่าไร ถ้าพวกเขาสามารถค้นพบความแข็งแกร่งในฐานะนักฟุตบอล พวกเขาจะแสดงผลงานออกมาในสนามและในโลกของฟุตบอลอย่างไม่มีใครทำได้ ผมวางแผนที่จะสร้างทีมนี้ด้วยการเชื่อมนักเตะดาวรุ่งเข้าด้วยกันภายในทีม เป้าหมายของผมคือการสร้างนักเตะเยาวชนด้วยการผลักดันพวกเขาไปข้างหน้าและให้พวกเขาแสดงความสามารถออกมาและไม่คิดจะท้อถอยในสนาม อย่างไรก็ตามเราจะทำให้ดีที่สุดเพื่อให้ฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลที่ดีในสมกับฐานะของเซเรโซ เราจะทำทุกสิ่งเพื่อตอบรับทุกความคาดหวังของแฟนบอลให้ได้”

ที่มา: GOAL

ความคิดเห็น

ความคิดเห็น

จำนวนคนดู: 5