งดดราม่า! ทำไม “โค้ชโต่ย” เป็นได้แค่กุนซือ “ขัดตาทัพ” ?

กุนซือ “ช้างศึก” ชุดใหญ่ มีกระแส “ดราม่า” อีกครั้ง เมื่อมีคำถามว่า ทำไม? สมาคมลูกหนัง ถึงไม่แต่งตั้ง “โค้ชโต่ย” ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย คุมทีมถาวรให้รู้แล้วรู้รอดกันไปแล้ว

ทำไม? “โค้ชโต่ย” จึงเป็นได้แค่กุนซือ “ขัดตาทัพ”

ถ้าพูดถึงเรื่อง “ผลงาน” นั้น ไม่มีใครปฏิเสธ “โค้ชโต่ย” โดยเฉพาะเกมล่าสุดพาช้างศึกบุกสยบมังกร ถอนแค้นได้ถึงถิ่น

แต่ปัญหาใหญ่ก็คือเรื่อง “ไลเซนส์”

เพราะ สหพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (เอเอฟซี) ได้ทำการกำหนด “ไลเซนส์ขั้นต่ำ” ของ “หัวหน้าผู้ฝึกสอน” ในทัวร์นาเมนต์อย่างเป็นทางการ ระหว่างปี 2019-2022 เพื่อเป็นการยกระดับความเข้มข้นของเกมการแข่งขัน

โดยทีมชาติชุดใหญ่ ทั้งชายและหญิง รวมถึง รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีชาย เอเอฟซี กำหนดเกณฑ์ให้ หัวหน้าผู้ฝึกสอน จะต้องมีใบประกอบอาชีพโค้ชระดับ “โปร ไลเซนส์” ขณะที่ ผู้ช่วยโค้ช ต้องอยู่ในระดับ “เอ ไลเซนส์”

ขณะที่ในระดับเยาวชน ทั้งในรุ่นอายุไม่เกิน 16 และ 19 ปี ทั้งชายและหญิง จะต้องมี “เอ ไลเซนส์” เป็นอย่างน้อย

และนี่คือสิ่งสำคัญของการเปิดคอร์สฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ ของ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ มาอย่างต่อเนื่อง ไล่ตั้งแต่หลักสูตร FA Introductory ต่อด้วย ซี ไลเซนส์, บี ไลเซนส์, เอ ไลเซนส์ จนมาถึงระดับ โปร ไลเซนส์ ซึ่งถือเป็นหลักสูตรสูงสุดของผู้ฝึกสอน

จบ “หลักสูตรโค้ชเบื้องต้น” = ยังไม่สามารถเป็นโค้ชสอนฟุตบอลได้

หลักสูตร FA Thailand Introductory หรือ หลักสูตรเบื้องต้นของคนที่ต้องการเป็นโค้ช จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับ 1. การพัฒนาเยาวชน 2. เทคนิคการเล่นฟุตบอลในแต่ละส่วน 3. การจัดการแข่งขัน 4. ฟุตบอลรากหญ้า 5. การสื่อสารระหว่างผู้ฝึกสอนกับนักกีฬา 6. เทคนิคและทักษะ โดยใช้เวลาเรียนทั้งหมด 6 วัน จบแล้วต้องไปเรียนต่อหลักสูตร ซี ไลเซนส์ ยังไม่สามารถเป็นโค้ชฟุตบอลได้

จบ “ซี ไลเซนส์” = เป็นโค้ชระดับเยาวชน / อคาเดมี

ผู้ฝึกสอนในระดับ “ซี ไลเซนส์” หรือ AFC ‘C’ Certificate Coaching Course เป็นหลักสูตรสำหรับผู้ฝึกสอนจะเริ่มต้น เรียนจบแล้วสามารถทำงานเป็นฝึกสอนนักฟุตบอลในระดับรากหญ้า หรือเยาวชน ตามอคาเดมีต่างๆ เท่านั้น โดยจะใช้เวลาในการอบรมทั้งหมด 15 วัน ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 27,000 บาท

จบ “บี ไลเซนส์” = ผู้ช่วยโค้ช หรือ โค้ชระดับภูมิภาค (T3-T4) และระดับเยาวชน / อคาเดมี

ผู้ฝึกสอนในระดับ บี ไลเซนส์ หรือ AFC ‘B’ Certificate Coaching Course เป็นหลักสูตร ที่ต่อยอดจาก ซี ไลเซนส์ มาเป็น บี ไลเซนส์ โดยมีข้อกำหนดว่าต้องใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์เป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี ในการทำงานกับฟุตบอล

โดยผู้ที่ผ่านหลักสูตรนี้จะสามารถทำหน้าที่ในระดับกึ่งอาชีพ อาทิ การเป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอน หรือ การเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลเยาวชน และ/หรือ หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลระดับภูมิภาค อาทิเช่น การแข่งขัน ฟุตบอลออมสิน ลีก (T3) และ ออมสิน ลีก โปร (T4) โดยจะใช้เวลาในการอบรม แบ่งเป็นสองช่วง ช่วงแรก 15 วัน และ ช่วงที่ 2 อีก 5 วัน รวมทั้งหมด 20 วัน โดยมีค่าใช้จ่าย 38,000 บาท

จบ “เอ ไลเซนส์” = โค้ชไทยลีก (T1-T2) / โค้ช U16, U19 หรือ ผู้ช่วยโค้ชระดับนานาชาติ

ผู้ฝึกสอนในระดับ “เอ ไลเซนส์” หรือ AFC ‘A’ Certificate Coaching Course เป็นหลักสูตร ที่ต่อยอดจาก บี ไลเซนส์ ซึ่งก่อนจะมาเป็น เอ ไลเซนส์ นั้นต้องใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์ หลังจบ บี ไลเซนส์ ไปแล้วอย่างน้อย 2 ปี

โดยผู้ที่ผ่านหลักสูตร เอ ไลเซนส์ จะสามารถทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนระดับสูงสุดภายในประเทศได้อย่างเต็มตัว อาทิ การเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน ในการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก (T1) หรือ M-150 แชมเปี้ยนชิพ (T2) เป็นต้น รวมถึงการเป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนในระดับนานาชาติ โดยจะใช้เวลาในการอบรม แบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงแรก 17 วัน และช่วงที่ 2 10 วัน รวมทั้งหมด 27 วัน โดยมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 60,000 บาท

จบ “โปร ไลเซนส์” = โค้ชระดับนานาชาติ / ฟุตบอลโลก / ชิงแชมป์ระดับทวีป

หลักสูตร โปร ไลเซนส์ การอบรมหลักสูตรดังกล่าว ถือเป็นหลักสูตร สูงสุด ที่ต่อยอดจาก เอ ไลเซนส์ ซึ่งก่อนจะมาเป็น โปร ไลเซนส์ นั้นต้องใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์ หลังจบ เอ ไลเซนส์ ไปแล้วอย่างน้อย 2 ปี

โดยผู้ที่ผ่านหลักสูตรนี้ จะสามารถทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ อย่างฟุตบอลโลก หรือ ฟุตบอลชิงแชมป์ระดับทวีปเป็นต้น รวมถึงตำแหน่งต่างๆ อาทิ ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิคของสโมสรและทีมชาติ โดยจะใช้เวลาในการอบรม แบ่งเป็น 4 ช่วง

ช่วงแรก 27 วัน อบรมสองหัวข้อใหญ่คือ ฟิตเนส และการฝึกซ้อมในภาคสนามและทฤษฎี

ช่วงที่สอง 23 วัน เก็บเกี่ยวข้อมูลฟุตบอลในประเทศที่ประสบความสำเร็จ โดยเป็นการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อเก็บเกี่ยวข้อมูลฟุตบอลจากประเทศที่ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จในกีฬาฟุตบอล ทั้งจากสโมสรและทีมชาติ

ช่วงที่สาม เป็นช่วงระยะเวลาทำงานในรอบ 1 ปี หลังผ่าน 2 ช่วงแรก โดยจะมีการทำรายงานการทำหน้าที่ตลอด 1 ปี ในช่วงเวลาดังกล่าว

ช่วงที่สี่ 30 วัน จะเป็นช่วงเก็บงานทั้งหมด เพื่อมานำเสนอและทำข้อสอบ

โดยทั้งสี่ช่วงมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 500,000 บาท

นี่คือเส้นทางของ “กุนซืออาชีพ” และบทบาทหน้าที่ในแต่ละระดับของ “ไลเซนส์”

สรุปรวมแล้ว จากจุดเริ่มต้นเป็นคนธรรมดา จนถึงเป็นโค้ชระดับสูงสุด ถือใบอนุญาตผู้ฝึกสอนระดับ AFC ‘Pro’ Diploma Coaching Course ต้องใช้เวลา อย่างน้อย 8 ปี

สำหรับ “โค้ชโต่ย” ณ เวลานี้ ยังมี ดีกรี หรือ ใบปริญญาโค้ช แค่ระดับ “เอ ไลเซนส์” เท่านั้น โดย “โค้ชโต่ย” เพิ่งเริ่มเข้าอบรมหลักสูตร “โปร ไลเซนส์” ได้ไม่นาน คาดว่าต้องใช้เวลาเกือบๆ 1 ปี

แต่ทีมชาติชุดใหญ่ มีทัวร์นาเมนต์สำคัญใกล้เข้ามา นั่นคือ ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก ในช่วงกลางปีนี้

นั่นจึงเป็นคำตอบว่าทำไม “โค้ชโต่ย” จึงยังไม่มีสิทธิ์เป็น “กุนซือช้างศึก” ชุดใหญ่อย่าง “เต็มตัว”

ที่มา: soccersuck

ความคิดเห็น

ความคิดเห็น

จำนวนคนดู: 3