ขยับใกล้แชมป์! “ดิโอโก” ทั้งยิงทั้งจ่ายพา “ปราสาท” บุกฟาด “ฉลาม” 2-0

“ดิโอโก” ทั้งยิงทั้งจ่ายให้ “ปราสาทสายฟ้า” บุกชนะ “ฉลามชล” 2-0 โกยแต้มนำโด่งจ่าฝูงไทยลีกต่อไป

ฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2018 นัดที่ 24

วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม 2561

สนาม : ชลบุรี สเตเดียม

ชลบุรี เอฟซี 0-2 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ประตู : 0-1 ดิโอโก หลุยส์ ซานโต น.14, 0-2 จักรพันธ์ แก้วพรม น.38

“ฉลามชล” ไม่แพ้ใครมา 4 นัดติด ล่าสุดบุกเจ๊า ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 1-1 เกมนี้หมดสิทธิ์ใช้งาน นัสตพล มาลาพันธ์ ที่ติดสัญญายืมตัวและบาดเจ็บอยู่แล้ว เช่นเดียวกับ สุทธินันท์ พุกหอม ที่ยังไม่สมบูรณ์ นอกนั้นอยู่กันครบ นำโดย วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ซิโร่ อัลเวส และ มัทเธอุส อัลเวส

ทางด้าน “ปราสาทสายฟ้า” คว้าชัยมา 7 นัดติดรวมทุกรายการ ล่าสุดเปิดบ้านชนะ อุบล ยูเอ็มที 2-1 เกมนี้ไม่มี สุภโชค สารชาติ และ ศศลักษณ์ ไหประโคน ที่บาดเจ็บ ส่วนที่เหลือพร้อมลงสนาม นำโดย จักรพันธ์ แก้วพรม, ออสวัลโด ฟิลโญและ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต

ครึ่งแรก

นาทีที่ 2 “ฉลามชล” ได้เตะมุมทางซ้าย วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ เปิดโค้งมาที่เสาสอง รัตนากร ใหม่คามิ โหม่งสกัดออกมาจากพื้นที่อันตรายได้ฉิวเฉียด

นาทีที่ 5 “ปราสาทสายฟ้า” ได้ฟรีคิกระยะอันตราย ดิโอโก หลุยส์ ซานโต สืบเท้าเข้าไปยิงด้วยเท้าขวาข้างถนัดบอลพุ่งเฉี่ยวคานออกหลังไปแบบได้เสียว

นาทีที่ 9 เจ้าถิ่นได้ลุ้น ซิโร่ อัลเวส ได้บอลทางขวาของสนามก่อนจะตัดสินใจปั่นโค้งบอลลอยตกใต้คานแบบได้เสียวเช่นกัน

นาทีที่ 12 ชลบุรี มาได้ฟรีคิกระยะอันตราย กฤษดา กาแมน วิ่งเข้าไปยิงบอลทะลุกำแพง แต่ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน อ่านเกมยืนดักทางล้มตัวรับบอลไว้ได้สบาย

จนกระทั่งนาทีที่ 14 “ปราสาทสายฟ้า” ได้เล่นสวนกลับ ออสวัลโด ฟิลโญ ได้บอลในแดนตัวเองก่อนที่จะกระชากขึ้นทางขวาแล้วจ่ายทะลุช่องมาให้ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต วิ่งเข้าไปยิงบอลผ่าน ชนินทร์ แซ่เอียะ เข้าประตูไปให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ขึ้นนำ 1-0

นาทีที่ 26 ชลบุรี ที่สกอร์ตามหลังได้เตะมุม เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ เปิดบอลด้วยเท้าซ้ายบอลโค้งแรงผ่านเสาสองออกหลังไป

นาทีที่ 30 ยังเป็นโอกาสของเจ้าถิ่นที่ได้ลุ้นประตูตีเสมอ มัธธิอุส อัลเวส ได้บอลทางซ้ายก่อนจะตัดสินใจปั่นโค้งบอลจะเสียบใต้คาน ทว่า ศิวรักษ์ ยืนอยู่ถูกที่โดดปัดบอลออกหลังไปได้

นาทีที่ 36 บุรีรัมย์ เกือบได้ลูกที่ 2 หลังจากผู้เล่นเจ้าถิ่นพยายามเตะสกัดบอลแต่ไม่โดนทำให้ ออสวัลโด ฉกบอลไปได้ก่อนจะกระชากเข้าเขตโทษแล้วจ่ายยัดให้ ดิโอโก ได้ยิงติดบล็อกกองหลัง

นาที่ที่ 38 สกอร์ในสนามก็เปลี่ยนเป็น 2-0 เมื่อ ออสวัลโด ได้บอลก่อนจะแทงขึ้นหน้าให้ รัตนากร ที่วิ่งเปิดช่องไปทางริมเส้นฝั่งขวา แล้วจัดการจ่ายให้ ดิโอโก ที่ยืนอยู่โล่งๆ จับบอลแล้วจ่ายให้ จักรพันธ์ แก้วพรม ยิงง่ายๆ เข้าประตูไป

จากนั้นทั้ง 2 ทีมก็เปิดเกมแลกกันอย่างสนุกดุเดือดชนิดที่ไม่มีใครกลัวใคร แต่ก็ไม่มีทีมใดทำประตูได้ ทำให้จบครึ่งแรก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกนำ ชลบุรี เอฟซี 2-0

ครึ่งหลัง

นาที 52 ชลบุรี ที่โหมบุกอย่างหนักเกือบที่จะมาได้คืนเมื่อ ซิโร่ อัลเวส ได้บอลทางขวาก่อนจะเลี้ยงตัดเข้าเขตโทษแล้วยิงบอลแฉลบผู้เล่น “ปราสาทสายฟ้า” ออกหลังไป

นาทีที่ 59 บุรีรัมย์ ได้เตะมุมทางขวา กรกช เปิดโค้งด้วยเท้าซ้ายไปในเขตโทษ พรรษา เหมวิบูลย์ ได้โขกกดลงพื้นบอลจะเข้าประตูอยู่แล้ว แต่ ชนินทร์ แซ่เอียะ ผวาปัดบอลออกมาได้อย่างเหลือเชื่อ

นาทีที่ 63 อันเดรส ตูเญซ ได้บอลก่อนจะจ่ายออกซ้ายให้ จักรพันธ์ หลุดไปถึงเส้นหลังแล้วเปิดข้ามมาที่เสาสอง รัตนากร พยายามจะวิ่งเข้าชาร์จ แต่ผู้เล่นเจ้าถิ่นสกัดบอลไว้ได้ก่อนทำให้พลาดการยิงประตู

นาทีที่ 69 ชลบุรี เกือบได้ประตูตีไข่แตก ซิโร่ อัลเวส เปิดบอลจากทางซ้ายเข้าไปกลางประตู มัธธิอุส อัลเวส โขกชนคานอย่างจัง ก่อนที่ นพนนท์ คชพลายุกต์ จะได้วิ่งเข้าซ้ำดาบสองติดบล็อก และเป็นผู้เล่น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สกัดพ้นอันตรายออกมาได้

นาทีที่ 76 ยู จุนซู ได้บอลก่อนจะดึงรอจังหวะแล้วเลี้ยงขึ้นหน้าด้วยความเร็ว และแทงบอลทะลุให้ สุภโชค สารชาติ ได้แตะหนึ่งจังหวะก่อนจะยิงจากเส้นเขตโทษบอลพุ่งเฉี่ยวเสาออกหลังไปแบบได้เสียว

ช่วงเวลาที่เหลือ ไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกชนะ ชลบุรี เอฟซี 2-0 เก็บ 3 คะแนนเต็ม มีเพิ่มเป็น 59 แต้ม นำโด่งจ่าฝูงต่อไป โดยทิ้งอันดับ 2 ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด 9 คะแนนเท่าเดิม

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

ชลบุรี เอฟซี :

ชนินทร์ แซ่เอียะ, อลงกรณ์ ประทุมวงศ์, คิม กยอง มิน, กฤษดา กาแมน, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ, สหรัฐ สนธิสวัสดิ์, วัฒนศัพท์ เจริญศรี, ภานุพงศ์ พลซา, ซิโร่ อัลเวส, มัทเธอุส อัลเวส

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด :

ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน, พรรษา เหมวิบูลย์, อันเดรส ตูเญซ, กรกช วิริยอุดมศิริ, ชิติพัทธ์ แทนกลาง, ยู จุนซู, รัตนากร ใหม่คามิ, จักรพันธ์ แก้วพรม, ศุภชัย ใจเด็ด, ออสวัลโด ฟิลโญ, ดิโอโก หลุยส์ ซานโต

ที่มา: soccersuck

ความคิดเห็น

ความคิดเห็น

จำนวนคนดู: 0